CONCATENATE

เชื่อมสตริงข้อความสองสตริงเป็นสตริงเดียว

ไวยากรณ์

CONCATENATE(<text1>, <text2>)  

พารามิเตอร์

เงื่อนไข ข้อกำหนด
text1, text2 สตริงข้อความที่จะเข้าร่วมลงในสตริงข้อความเดียว สตริงที่สามารถมีข้อความหรือตัวเลขได้

คุณยังสามารถใช้การอ้างอิงของคอลัมน์ได้

ค่าผลลัพธ์

สตริงที่เชื่อมเข้าด้วยกัน

หมายเหตุ

  • ฟังก์ชัน CONCATENATE เชื่อมสตริงข้อความสองสตริงเป็นสตริงเดียว รายการที่รวมสามารถเป็นข้อความ ตัวเลข หรือค่าบูลีนซึ่งแสดงเป็นข้อความหรืออักขระเหล่านั้นรวมกัน คุณยังสามารถใช้การอ้างอิงคอลัมน์ ถ้าคอลัมน์ประกอบด้วยค่าที่เหมาะสม

  • ฟังก์ชัน CONCATENATE ใน DAX จะยอมรับอาร์กิวเมนต์เพียงสองรายการ ในขณะที่ฟังก์ชัน CONCATENATE ใน Excel ยอมรับได้สูงสุด 255 อาร์กิวเมนต์ หากคุณต้องการเชื่อมหลายคอลัมน์เข้าด้วยกัน คุณจะสามารถสร้างชุดรายการคำนวณ หรือจะดีกว่า หากใช้ตัวดำเนินการเรียงต่อข้อมูล ( & ) ในการรวมรายการทั้งหมดในนิพจนที่เรียบง่ายกว่า

  • ถ้าคุณต้องการใช้สตริงข้อความโดยตรง แทนที่จะใช้การอ้างอิงคอลัมน์ คุณต้องใส่แต่ละสตริงในเครื่องหมายอัญประกาศคู่

  • ฟังก์ชันนี้ไม่ได้รับการสนับสนุนสำหรับการใช้งานในโหมด DirectQuery เมื่อใช้ในคอลัมน์จากการคำนวณหรือกฎการรักษาความปลอดภัยระดับแถว (RLS)

ตัวอย่าง: การเรียงต่อกันของตัวอักษร

สูตรตัวอย่างจะสร้างค่าสตริงใหม่ โดยการรวมค่าสตริงสองรายการที่คุณระบุเป็นอาร์กิวเมนต์

= CONCATENATE("Hello ", "World") 

ตัวอย่าง: การเรียงต่อกันของสตริงในคอลัมน์

สูตรตัวอย่างนี้จะแสดงชื่อสกุลของลูกค้าตามที่แสดงในสมุดโทรศัพท์ บันทึกุวิธีการใช้ฟังก์ชันที่ซ้อนกันเป็นอาร์กิวเมนต์ที่สอง นี่คือวิธีหนึ่งในการเชื่อมหลายสตริงเข้าด้วยกัน เมื่อคุณมีค่ามากกว่าสองค่าที่คุณต้องการใช้เป็นอาร์กิวเมนต์

= CONCATENATE(Customer[LastName], CONCATENATE(", ", Customer[FirstName]))

ตัวอย่าง: การเรียงต่อกันของสตริงตามเงื่อนไขในคอลัมน์

สูตรตัวอย่างจะสร้างคอลัมน์จากการคำนวณใหม่ในตารางลูกค้าที่มีชื่อสกุลของลูกค้า โดยระบุทั้งชื่อ ตัวอักษรแรกของชื่อกลาง และนามสกุล ถ้าไม่มีชื่อกลาง นามสกุลจะปรากฏต่อจากชื่อทันที ถ้ามีชื่อกลาง เฉพาะอักษรตัวแรกของชื่อกลางเท่านั้นทีถูก่ใช ้และจะมีเครื่องหมายมหัพภาคปรากฏหลังตัวอักษรตัวแรก

= CONCATENATE( [FirstName]&" ", CONCATENATE( IF( LEN([MiddleName])>1, LEFT([MiddleName],1)&" ", ""), [LastName]))

สูตรนี้ใช้ฟังก์ชัน CONCATENATE และ IF ที่ซ้อนกัน ร่วมกับตัวดำเนินการเครื่องหมายแอมเปอร์แซนด์ ( & ) เพื่อเชื่อมค่าสตริงสามค่าเข้าด้วยกันตามเงื่อนไข และเพิ่มช่องว่างโดยใช้เป็นตัวแยก

ตัวอย่าง: การเรียงต่อกันของคอลัมนที่มีชนิดข้อมูลที่แตกต่างกัน

ตัวอย่างต่อไปนี้อธิบายวิธีการเชื่อมค่าต่าง ๆ ในคอลัมน์ที่มีชนิดข้อมูลที่แตกต่างกันเข้าด้วยกัน ถ้าค่าที่คุณกำลังเชื่อมเข้าด้วยกันเป็นตัวเลข ค่าดังกล่าวจะถูกแปลงเป็นข้อความโดยนัย ถ้าทั้งสองค่าเป็นตัวเลข ค่าทั้งสองจะถูกแปลงเป็นข้อความและเชื่อมเข้าด้วยกัน หากเป็นสตริง

คำอธิบายผลิตภัณฑ์ ตัวย่อผลิตภัณฑ์ (คอลัมน์ 1 ของคีย์แบบรวม) หมายเลขผลิตภัณฑ์ (คอลัมน์ 2 ของคีย์แบบรวม) คอลัมน์คีย์ที่สร้างขึ้นใหม่
จักรยานเสือภูเขา MTN 40 MTN40
จักรยานเสือภูเขา MTN 42 MTN42
= CONCATENATE('Products'[Product abbreviation],'Products'[Product number])  

ฟังก์ชัน CONCATENATE ใน DAX จะยอมรับอาร์กิวเมนต์เพียงสองรายการ ในขณะที่ฟังก์ชัน CONCATENATE ใน Excel ยอมรับได้สูงสุด 255 อาร์กิวเมนต์ ถ้าคุณจำเป็นต้องเพิ่มอาร์กิวเมนต์เพิ่มเติม คุณสามารถใช้ตัวดำเนินการเครื่องหมายแอมเปอร์แซนด์ (&) ได้ ตัวอย่างเช่น สูตรต่อไปนี้จะสร้างผลลัพธ์ MTN-40 และ MTN-42

= [Product abbreviation] & "-" & [Product number]  

นอกจากนี้ โปรดดู

ฟังก์ชันข้อความ